วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ยานอนหลับกับอาการนอนไม่หลับ จนต้องกินยานอนหลับ

การกินยานอนหลับที่เขาขายกับหลายคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ แบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่ คนที่มีโอกาสนอนแต่นอนไม่หลับ ซึ่งการนับแกะแบบที่สมชายทำนั้นไม่ได้ช่วย เพราะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายจดจ่อ หรือเกิดความเครียดจากการนับจำนวนซึ่งความเป็นจริงนับได้สัก 30-40 ตัวก็เริ่มคิดแล้วว่าถูกไหม ข้ามเลขไหม หรือนับครบหรือเปล่า ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นนอนไม่หลับไปเลย

ส่วนอีกกลุ่มเป็นคนที่มีโอกาสนอนแต่กลับไม่นอน อาการแบบนี้พบได้มากในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ถึงเวลาพักผ่อนแต่ไม่ยอมพัก ฝืนร่างกายให้อยู่ต่อด้วยการเล่นอินเทอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง จนดึกดื่น และนอนไม่พอกับที่ร่างกายต้องการ เช้ามาก็ไม่อยากตื่นนอน ตื่นมาก็ไม่สดชื่น ขาดความกระปรี้กระเปร่าในการใช้ชีวิตช่วงกลางวัน ซึ่งถ้าร่างกายได้รับการพักผ่อนต่ำกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันต่อเนื่องสะสมนานๆเข้าจะเพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

ทุกวันนี้ปัญหาการนอนไม่หลับในคนที่อายุน้อยก็พบได้มากขึ้นไม่แพ้ในคนสูงวัย เพราะพฤติกรรมไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนเล่นแต่อินเทอร์เน็ต พอเช้าก็ไม่อยากตื่น ถึงเวลาเรียนก็นั่งหลับ และวัยรุ่นอีกกลุ่มที่จะนอนอย่างเดียววันละ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งเช้ามาก็ไม่อยากตื่นไปโรงเรียนเช่นกันเพราะมีอาการขี้เซา

“การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ ร่างกายควรได้รับการพักผ่อนเฉลี่ยแล้วประมาณ 7-8 ชั่วโมง สังเกตง่ายๆ ตื่นมาแล้วสดชื่น ตลอดวันไม่มีง่วง มีสมาธิในการทำงาน คิดอะไรก็สมองปลอดโปร่ง สดชื่นแจ่มใส และเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ร่วมกับการออกกำลังกายให้เหมาะสม ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองและร่างกายให้ทำงานได้เต็มที่”แพทย์จากคลินิกปัญหาการนอนกล่าว

คนที่มีปัญหาเรื่องการนอนเรื้อรังเป็นเดือนๆแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่รับการรักษา เสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้สารพัดโรค ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหวัด ภูมิแพ้ รวมถึงอ้วนลงพุง เพราะระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายจะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ

การแก้ปัญหาด้วยการกินยานอนหลับ แพทย์จากคลินิกปัญหาการนอน บอกว่า ไม่แนะนำให้ไปซื้อยาตามร้านกินเอง และเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น เพราะระยะยาวจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เพราะเมื่อกินยานอนหลับต่อเนื่องนานๆ สุดท้ายก็จะต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดอาการทางประสาทที่เป็นผลข้างเคียงจากยาตามมาก็ได้

การรักษาปัญหาการนอนไม่หลับมักจะต้องเริ่มต้นด้วยวิธีไม่ใช้ยาก่อน โดยการพยายามลบปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว รวมถึงพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพักผ่อนให้มากขึ้น แต่เมื่อใดที่การรักษาด้วยวิธีนี้ยังไม่ได้ผล แพทย์ก็จำเป็นจะต้องใช้ยาที่จะช่วยให้คุณหลับได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับอย่างตรงจุดเท่าไรนัก 

การให้ยารักษาภาวะนอนไม่หลับจะยึดหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้ ได้แก่ ใช้ยาให้น้อยที่สุด, ใช้ยาให้สั้นที่สุด, หยุดใช้ยาเป็นช่วงๆ และใช้ยาร่วมกับการรักษาการนอนไม่หลับด้วยวิธีอื่นๆ โดยผลที่ได้จะต้องสามารถนอนหลับได้เร็ว นอนหลับได้นานขึ้น ตื่นกลางคืนน้อยลง และรู้สึกสดชื่นมากขึ้นหลังจากตื่นนอน โดยยาที่ใช้แบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังต่อไปนี้ 

1. กลุ่ม Benzodiazepines ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ใช้กันบ่อย ซึ่งมีผลต่อการลดการกระตุ้นของเซลล์สมอง การใช้ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงไม่มาก และมีอัตราการติดยาไม่สูงเกินไป แต่เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลต่อจิตประสาท และเป็นยาที่ทางอาหารและยาควบคุม การจ่ายยาจึงจะต้องมีใบสั่งแพทย์ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปซื้อยามารับประทานเอง ยากลุ่มนี้ยังแบ่งย่อยตามการออกฤทธิ์ได้เป็นสองแบบ คือ การออกฤทธิ์ระยะสั้น ได้แก่ lorazepam , alprazolam และ triazolam 

ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะอยู่ในกระแสเลือดเพียงระยะเวลาสั้นๆ และไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนในเวลากลางวัน แต่ถ้าเป็นกลุ่มการออกฤทธิ์ระยะยาว ได้แก่flurazepam และ quazepam ยาจะค้างอยู่ในกระแสเลือดเป็นระยะเวลานานกว่า และมีผลทำให้ง่วงนอนในตอนกลางวันได้ การได้ยากลุ่มนี้เกินขนาดมักไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิตหากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ แต่ผู้ป่วยที่รับประทานยาเป็นเวลานานและหยุดยากะทันหัน อาจจะมีอาการนอนไม่หลับและเกิดอาการอื่นๆ เช่น อาหารไม่ย่อย เหงื่อออก ใจสั่น ร่วมด้วย การหยุดยาที่ดีจึงควรจะค่อยลดขนาดยาลงทีละน้อยๆ จนไม่ใช้ยาในที่สุด 

2. กลุ่ม Non-Benzodiazepine Hypnotics เป็นยานอนหลับอีกชนิดหนึ่งที่ได้ผลค่อนข้างดี ไม่ค่อยมีอาการดื้อยา และไม่ค่อยมีอาการติดยา ยกตัวอย่าฝเช่น Zolpidem, Zopiclone 

3. Antidepressants เป็นยาแก้โรคซึมเศร้าที่เหมาะสำหรับอาการนอนไม่หลับในผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ต่อ serotonin ที่มีผลทำให้หลับใหลได้ง่ายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น trazodone, nefazodone และ paroxetine 4. ยาอื่นๆได้แก่ ยาแก้แพ้ เช่น chlorpheniramine, diphenhydramine, hydroxyzine เป็นต้น หรือการให้ฮอร์โมน Estrogen Replacement Therapy สำหรับผู้ป่วยวัยทองที่มีภาวะการนอนไม่หลับ